ลงประกาศฟรี
ค้นหาประกาศ

หมวกกันน็อค ความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้าม

 

หมวก… ใครคิดว่าไม่สำคัญ   เวลาเราขับรถยนต์ เรายังมีเข็มขัดนิรภัยช่วยป้องกันการกระแทกในรถ แล้วถ้าเราขับรถจักรยานยนต์ล่ะ อะไรจะช่วยเราได้ ? จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนจากกรมการขนส่งทางบกพบว่า 80% เกิดจากความประมาท โดยรถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ  จักรยานยนต์  86% เสียชีวิตเพราะไม่สวมหมวกกันน็อค

ถ้าไม่สวมหมวก จะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หมวกกันน็อค สามารถป้องกันศีรษะของผู้ขับขี่โดยอาศัยการดูดซับและถ่ายเทแรงกระแทกของวัสดุ วัสดุชั้นนอกหรือ “shell” ทำหน้าที่การป้องกันการเจาะกระแทกของวัสดุแหลมคมและป้องกันการเสียดสีอย่างแรง   โดยดูดซับแรงกระแทกขั้นต้นที่เกิดจากอุบัติเหตุ ถ้าหากคุณไม่สวมในขณะขับขี่ ให้ลองนึกภาพตาม ศีรษะของคุณจะไม่ได้รับการปกป้องใดๆเลย พอกระแทกพื้นย่อมเกิดบาดแผลหรือแตก หรืออาจถูกรถลากยาวไปหลายร้อยเมตรก็เป็นได้

ส่วนประกอบของหมวกกันน็อค

หมวกกันน็อคที่ทำจากพลาสติกขนาดเบาราคาที่ถูกกว่าหมวกกันน็อคที่ทำจากไฟเบอร์กลาสและ kevar  แต่มีอายุการใช้งานสั้นกว่า บางครั้งมีการใส่สีลงไปในเนื้อพลาสติกหรือลวดลาย  จึงต้องระวังหากอยู่ใกล้เปลวไฟหรือน้ำมัน ส่วนวัสดุชั้นในทำจากโฟมโพลิสไตรีนที่เรียกว่า “ EPS foam “ ย่อมาจาก expanded polystyrene foam หรือเรียกว่า “ftyrofoam”   หนาประมาณ 1 นิ้ว  ชั้นโฟมนี้เป็นชิ้นส่วนสำคัญของหมวกกันน็อค   เนื่องจากโพลิสไตรีนมีสมบัติที่ไม่คืนตัวและมีการกระจายแรง   เมื่อดูดซับแรงกระแทกจึงเกิดการยุบตัว ถ้าหากยิ่งดูดซับแรงกระแทกมากเท่าไหร่   การที่แรงจะส่งแรงไปถึงศีรษะผู้สวมใส่ย่อมลดน้อยลง   นอกจากนี้ ชั้นภายในหมวกที่สัมผัสกับศีรษะอาจมีการบุผ้าหรือกำมะหยี่ไว้ภายในหมวกอีกชั้นหนึ่งเพื่อความนุ่มสบายยามสวมใส่อีกด้วย

การเลือกหมวกกันน็อคก่อนใช้

การเลือกหมวกกันน็อคเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่   มีมาตรฐานกำหนดในแต่ประเทศ   สำหรับประเทศไทยได้กำหนดเป็นมาตรฐาน มอก. 369-2539  โดยมาตรฐานได้กำหนดลักษณะที่สำคัญของหมวกกันน็อคไว้หลายประการ เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดอุบัติเหตุต่อศีรษะของผู้สวมใส่เป็นสำคัญเช่น หมวกกันน็อคมาตรฐานต้องมีความแข็งแรง  น้ำหนักเบาไม่เกิน 2 กิโลกรัม   มีรูระบายอากาศ  มีช่องฟังเสียง  บังลมต้องเป็นวัตถุโปร่งใสและไม่มีสี  หมวกกันน็อคที่ผลิตขึ้นมาจึงต้องมีการทดสอบตามมาตรฐานก่อนที่จะออกจำหน่าย  ได้แก่  การทดสอบแรงกระแทกและความสามารถในการดูดซับแรงกระแทก   ความทนทานต่อการเจาะทะลุจากวัตถุมีคม  ผู้สวมใส่หมวกกันน็อคควรพิจารณาถึงขนาดที่พอดีกับศีรษะและความกระชับของสายรัดใต้คาง ปัจจุบันมีการออกแบบหมวกกันน็อคอย่างหลากหลาย เช่น แบบครึ่งใบที่ปิดเฉพาะส่วนบนของศีรษะ แบบเต็มใบที่ปิดส่วนบน ท้ายทอย ขากรรไกร และแบบปิดเต็มหน้าไปถึงบริเวณคางของผู้สวมใส่หมวกกันน็อคบางรุ่นมีช่องเสียบหูฟังเข้ากับตัวหมวกเพื่อฟังวิทยุได้   หรือมีการเสริมด้านข้างของหมวกด้วยวงแหวนอลูมิเนียมเพื่อให้หมวกแข็งแรงขึ้นและลดแรงกระแทกด้านข้าง

การสวมหมวกที่ถูกวิธี

ความกระชับในการสวมใส่ และการมองเห็นขณะสวมใส่อย่างน้อยควรมีค่า 120 องศา เนื่องจากปกติค่ามุมมองการเห็นของตามนุษย์มีค่าระหว่าง 110-115 องศา ในต่างประเทศ หมวกกันน็อคจำเป็นต้องมีวัสดุสะท้อนแสงตามขนาดที่กำหนดติดไว้เพี่อความปลอดภัยในยามค่ำคืน

วิธีการดูแลรักษาหมวกกันน็อค

ห้ามแขวนหมวกกันน็อค ในขณะที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ และห้ามแขวนหมวกกันน็อคที่บนกระจกมองหลัง ห้ามนั่งบนหมวกกันน็อค หรือขว้างหมวกกันน็อค ไม่ควรนำส่วนรองรับแรงกระแทก เช่น ซับในไปตากแดดแรงๆ หรือวางใกล้ที่ที่มีความร้อนสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส หรือหลีกเลี่ยงการฉีดสเปรย์ย่าฆ่าแมลงใกล้หมวกกันกันน็อค การดูแลหมวกนิรภัยที่ไม่ดีจะมีส่วนทำลายเปลือกหมวก ส่วนรับแรงกระแทกที่สำคัญอาจมีคุณสมบัติในการปกป้องศีรษะจากอุบัติเหตุลดลงได้

หมวกกันน็อคมีวันหมดอายุจริงหรือ

โดยทั่วไปหมวกกันน็อคจะมีอายุการใช้งานเต็มที่ 3 ปี เพราะหมวกกันน็อคใช้วัสดุในการผลิตคือพลาสติก ย่อมเกิดการเสื่อมสภาพ ยิ่งเกิดการกระแทกก็จะยิ่งเสื่อมสภาพ หากครบ 3 ปี ให้รีบเปลี่ยนใหม่ เนื่องจากการเสื่อมสภาพของพลาสติกและโฟมจนไม่สามารถทนรับแรงกระแทกแทนศีรษะเราได้ และหมวกที่เคยตกเคยกระแทกมาแล้วอายุการใช้งานก็จะน้อยลงไปด้วยเช่นกัน

 

ที่มา:https://daily.rabbit.co.th/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%84/